** ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ก็อ่านได้นะครับ **
และแล้ววันนี้ก็มาถึง … บทความรีวิวตัวเอง ฉบับเต็ม กับการทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ในบริษัทเอกชน 1 ปี กับอีก 11 เดือน
ทำไมผมถึงอยากเขียนบทความนี้ขึ้นมา ?
เพราะผมเป็นคน Gen-Y ซึ่งมีหลายๆ คนกล่าวขวัญว่า คนกลุ่มนี้ ทำงานไม่ทน หนักไม่เอา เบาไม่สู้ เปลี่ยนงานบ่อย ไม่เกิน 3 ปี เปลี่ยนที่ใหม่อีกละ
ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคน Gen-Y ถึงมีลักษณะการทำงานแบบนั้น ลองอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ครับ The Top 5 Reasons Millennials Quit Jobs They Like
ผมขอยกตัวอย่างภาพนี้ประกอบการ Review เลยละกัน
ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ผมสามารถอธิบายพัฒนาการของตัวเองได้ดังนี้
- Comfort Zone คือภาวะแห่งความสุขสบาย ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมจะมีพี่ในทีมคอยสอนงาน คอยช่วยเหลือตลอด เวลาติดปัญหาอะไรยากๆ ก็สามารถปรึกษาพี่ ๆ เขาได้ ทำให้การทำงานดูชิว ดูไม่หวือหวาเท่าที่ควร ทำงานที่มีอยู่ให้เสร็จไปตาม กำหนดก็พอ ถ้ามีงานใหม่ ๆ เข้ามาให้ทำ ก็จะเลือกงานที่คิดว่าเหมาะกับตัวเองที่สุดก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ
- Fear Zone คือภาวะที่เผชิญกับความกลัว ผมอยู่ในภาวะนี้มาพักหนึ่ง คือช่วงที่พี่ในทีมลาออกไป ทำให้ทีมเริ่มสั่นคลอน จากที่ไม่เคยต้องตัดสินใจเรื่องยากๆ กลับกลายเป็นต้องมานั่งระดมความคิดกับคนในทีม เพื่อตัดสินใจเรื่องยากๆ เหล่านั้น อีกทั้งความรู้บางอย่าง ผมยังมีไม่มากพอที่จะทำงานแทนพี่เขาได้ นั่นจึงทำให้ผมต้องขยายตัวเองออกไปจากภาวะนี้ให้ได้ ต้องเอาชนะความกลัวทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อผลักดันตัวเองไปศึกษาเรื่องอื่นๆ ให้มากขึ้น เพื่อให้เก่งขึ้น
- Learning Zone เป็นภาวะที่ผมชอบมากที่สุด เพราะหลุดพ้นจาก Fear Zone แล้ว โดยการขจัดความกลัวด้วยการลงมือทำ เอาสิ่งที่ผิดพลาดมาเป็นบทเรียน ให้ผมไม่ทำผิดพลาดอีก ภาวะนี้ทำให้ผมมีความรู้รอบด้านมากขึ้น ไม่ใช่เก่งแค่เรื่องในสายงานของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีโอกาสได้พัฒนาความรู้ฝั่ง Business ด้วย ทำให้มุมมองในการทำงานกว้างขึ้น คิดนอกกรอบเยอะขึ้น
- Growth Zone เป็นภาวะที่ผมกำลังเผชิญอยู่ และน่าจะอยู่ในภาวะนี้มาสักพักละ รู้สึกว่าตัวเองต้องโตได้ละ คำว่าโตในที่นี้ของผม หมายถึงการเติบโตในสายงานของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่า ทุกคนล้วนมีเป้าหมาย ผมเองก็เช่นกัน
แล้วเป้าหมายของผมคืออะไร ?
ภายใน 5 ปี ผมอยากขึ้นเป็น Senior Developer
ลอง Review ตัวเองแล้ว จากผลงานเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา คิดว่าอีก 3 ปีข้างหน้า จะได้ขึ้นเป็น Senior Developer หรือยัง ?
นี่ล่ะครับ จุดพลิกผันของชีวิต การตัดสินใจตรงนี้ มันจะทำให้เรารู้ว่า เราควรไปต่อ หรือควรลาออก ถ้าหากว่าอยู่ที่เดิมแล้วไม่มีทางทำได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ผมคิดว่าทุกคนน่าจะมีคำตอบข้อนี้อยู่ในใจ
สำหรับคำตอบของผม
อยากให้ดูภาพนี้ประกอบคำตอบครับ
ภาพด้านบนคือกราฟในเชิงจิตวิทยาที่แสดงรูปแบบของคนที่ต้องเจอการเปลี่ยนแปลง
สำหรับตัวผมเอง ผมใช้กราฟนี้อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมในรอบปีที่ผ่านมา ผมก็ตลกตัวเองเหมือนกัน เพราะผมผ่านจุดที่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงมาได้แล้ว และอยู่กับความรู้สึกที่ดีมาตลอด (Honeymoon)
จนมีช่วงหนึ่ง ก็ถามตัวเองว่า ณ จุดที่เป็นอยู่ตอนนี้ ยังมีความสุขดีหรือเปล่า ? อยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นดูไหม ? อยากทำอะไรที่ท้าทายขึ้นไหม ? คำถามพวกนี้ เกิดขึ้นเต็มไปหมด จนรู้สึกว่า สับสนกับจุดที่ตัวเองยืนอยู่ในบริษัท เริ่มมองตัวเองไม่ออก ว่าอีก 3 ปีจากนี้ไป ตัวเองจะไปยืนอยู่ตรงไหนของบริษัท จนความคิดเข้าสู่ระดับวิกฤติ (Crisis) ซึ่งระดับนี้ ค่อนข้างน่ากลัว เพราะถ้าตัดสินใจพลาดแค่ครั้งเดียว จะเปลี่ยนแปลงชีวิตผมตลอดไป
ซึ่ง ณ ตอนนั้น ผมตัดสินใจว่า จะขอยื่นใบลาออก จากงานประจำที่ทำอยู่ ไม่อยากเป็น Senior Developer แล้ว อยากออกไปตั้งบริษัทเองข้างนอก และเริ่มทำงานใหม่ ๆ ที่อยากจะทำ ออกไปเสี่ยงเอง เจ็บเองข้างนอกดีกว่า ค่อนข้างคิดว่า สิ่งที่ตัวเองคิดไว้ จะต้องไปได้ดีแน่ๆ (Gen-Y ที่แท้ทรู)
แต่ความเป็นจริงแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมคิดไว้ กลับไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด หลังจากที่มีการพูดคุยกับพี่ๆ ในบริษัทแล้ว พี่ๆ เขาก็แชร์ประสบการณ์ในโลกภายนอกผมให้ฟัง และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เคยพบเจอมากับตัวเอง ทำให้ผมย้อนกลับมาคิดทบทวน สิ่งที่ผมคิดไว้ และก็พบว่ายังมีจุดบอดเต็มไปหมดเลย ซึ่งจุดบอดที่ว่านั่นก็คือ ความไม่รู้ว่าไม่รู้ ในเรื่องของธุรกิจนั่นเอง
ซึ่งการที่ไม่รู้ว่าผมไม่รู้อะไร คือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด ผมไม่รู้แม้กระทั่งว่าผมไม่รู้ว่ามันมีอยู่และมันอาจส่งผลร้ายแรงที่คาดไม่ถึงต่อตัวเอง
ผมเลยถอยกลับมาตั้งหลัก และเปิดใจยอมรับ (Accepting) ว่าบางสิ่งผมก็คิดผิด แล้วกำหนด Goal ใหม่ สุดท้ายก็ได้คำตอบว่า ผมเองควรรู้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องทางฝั่ง Business ซึ่งทางบริษัท ก็มีคลาสเรียน Business ตอนเช้า อาทิตย์ละ 2 วัน โดยมีเหล่าผู้บริหาร แวะเวียนกันมาถ่ายทอดเรื่องราวที่คิดว่าเป็นประโยชน์ให้กับผู้เรียนด้วย นอกจากนั้นแล้ว หากผู้เรียนอยากเรียนเรื่องไหนเป็นพิเศษ ก็สามารถ Request ไปให้พี่ ๆ เขาจัดคลาสให้ได้เหมือนกัน
Goal ใหม่ของผม จึงไม่ใช่แค่อยากเติบโตไปเป็น Senior Developer อย่างเดียวละ แต่อยากเติบโตขึ้นมาพร้อมกับทักษะหลาย ๆ ด้าน เช่น ทักษะการบริหารจัดการในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คน ต้นทุน งาน และความเสี่ยง รวมไปถึงทักษะการสื่อสารและการเจรจาต่อรอง เป็นต้น
ท้ายที่สุดนี้ การ Review ตัวเอง เพื่อหาจุดที่ตัวเองยืนอยู่ และ Goal ที่ควรวิ่งตาม ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าเรามัวแต่รอให้คนอื่นประเมินเรา แต่เราไม่เคยประเมินตัวเองเลย เราอาจจะติดกับดัก (trap) และก็คงยังวนเวียนอยู่ใน Comfort Zone ต่อไป โดยไม่รู้ตัว
ทุกคนมีสิทธิ์พูด มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น ไม่ว่าเราจะถือ Role อะไรในองค์กรที่เราทำงานอยู่ หากเราไม่ลุกขึ้นมาพูด หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เราจะคาดหวังให้คนอื่นมาเชื่อมั่นในตัวเราได้อย่างไร